หนังสือพิมพ์ปักกิ่งเดลี่รายงานว่า จากเอกสารที่มีการเปิดเผยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของทางการเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของโรงงาน พบว่าบริษัทเทสลาวางแผนที่จะลงทุนสูงสุดถึง 1,200 ล้านหยวน (6,310 ล้านบาท) เพื่อขยายความสามารถในการผลิตของโรงงานในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะทำให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มอีก 4,000 คน

เอกสารดังกล่าวระบุว่าการขยายโรงงานและการจ้างงานเพิ่มจะทำให้เทสลามีคนงานพื้นที่ทั้งหมด 19,000 คน โดยจะไม่มีการเปลี่ยนรุ่นรถที่ทางโรงงานเป็นผู้ผลิตในปัจจุบัน และไม่ได้มีการระบุว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตหรือไม่ ยอดขายของบริษัทในจีนก็ยังคงพุ่งสูง แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากการร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของรถและมีการตรวจสอบที่เข้มงวดเรื่องการเก็บสำรองข้อมูลของบริษัท เดือนที่แล้ว เทสลากล่าวว่าบริษัทได้สร้างศูนย์วิจัยและศูนย์ข้อมูลแยกต่างหากในเซี่ยงไฮ้เพื่อเก็บข้อมูลในท้องที่

บริษัทยังคงส่งออกรถยนต์รุ่น Model 3 ไปยังยุโรป ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทขายรถที่ผลิตในจีนได้ 54,391 คัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถส่งออกถึง 40,666 คัน ตามข้อมูลของสมาพันธ์รถยนต์ส่วนบุคคลของจีน ยอดขายของเดมเลอร์พุ่งสูงขึ้น 12% เมื่อปีก่อน โดยขายได้ถึง 774,000 คัน ทั้งที่อยู่ในช่วงเกิดโรคระบาด และในปีนี้ก็เติบโตขึ้นถึง 8% เมื่อนับถึงตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าจีนมีแนวโน้มที่จะเป็นตลาดใหญ่สำหรับรถระดับพรีเมียมในปีหน้าได้เช่นกัน

ส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนของเดมเลอร์ยังมีน้อย ซึ่งต้องไปแข่งกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เช่น เสี่ยวเผิง (Xpeng), นีโอและหลี่ ออโต้ แล้วยังต้องไปแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่างเทสลาด้วย แต่บริษัทผู้ผลิตรถของจีนมักจะขายรถยนต์ในช่วงราคาเฉลี่ยราว 39,270 ดอลลาร์สหรัฐ (1.3 ล้านบาท) ต่อคัน ซึ่งเป็นเรตราคาที่ต่ำกว่าของเดมเลอร์

ฮิวเบอร์ทัส ทรอสกา ผู้บริหารบริษัทเดมเลอร์ในจีนกล่าวว่า เดมเลอร์ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าของตนที่จะจำหน่ายในตลาดจีนเป็น 5 รุ่นในปีหน้า ซึ่งจะทำให้เดมเลอร์มีโอกาสตั้งตัวขึ้นมาเป็นคู่แข่งในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมได้

ทรอสกายังมองว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันก็ยังมีโอกาสทำยอดขายไปได้อีกนานในจีน โดยชี้ให้เห็นว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศที่ยากต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวยต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ดังนั้น ก็ยังจะมีตลาดให้ขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปได้อีกหลายปี

ถึงอย่างนั้น เดมเลอร์ก็ระบุว่ารถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด และบริษัทจะหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวภายในปี 2573 ซึ่งน่าจะเหมาะสมกับเงื่อนไขตลาดรถในเวลานั้นมากกว่า   

ประเทศจีนถือว่าเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแหล่งสร้างรายได้จำนวน 1 ใน 3 ส่วนของรายได้ทั้งหมดของเดมเลอร์ นโยบายของจีนที่เตรียมสั่งห้ามการผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันเช่นเดียวกับทางยุโรปจึงเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์มองข้ามไปไม่ได้